ความฝันคือภาพลวงตาที่เกิดจากการทำงานของจิตโดยมีลมแห่งกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน เมื่อเราหลับ แล้วไม่ได้นำจิตไปอยู่ที่ช่องกลางกาย ลมหายใจที่สูดเข้าไป อาจเดินทางสะเปะสะปะ และก่อให้เกิดการปรุงแต่ง เช่น เมื่อลมกับจิตเข้าไปที่จักระลับ จะฝันอันเนื่องด้วยโลภะ เกิดความหิว กระหาย หรือเกิดตัณหากับสตรีเพศ จิตในขณะนั้นได้นำวัสดุใน ‘อาลยวิญญาณ’ หรือ คลังแห่งจิตที่สั่งสมรอยกรรม มาสร้างเรื่องราวให้เป็นความฝัน
เราจึงควรกำหนดจิตก่อนนอน เมื่อจิตอยู่ที่ช่องกลางกายและผ่านการภาวนาที่เรียกว่า “โยคะความฝัน” เราจะจดจำความฝันได้ดีขึ้น และรู้ตัวในความฝันเร็วขึ้น การรู้ตัวก็คือ การปลุก ‘ริกปะ’ ให้ตื่นขึ้นแม้กายนอนหลับ นี่เป็นการปฏิบัติที่สำคัญมากๆ ที่จะพัฒนาความฝันแห่งสังสารวัฏไปสู่สู่ความฝันแห่งนิพพาน
– อ.กฤษดาวรรณ (เกซัง ตาวา)
---
‘ริกปะ’ แปลว่า ผู้เห็น ในที่นี้ หมายถึง ตัวรู้อันปราศจากการปรุงแต่ง ซึ่งโดยเนื้อแท้คือปัญญาญาณ เป็นด้านความกระจ่างชัดใสแห่งจิต ซึ่งตรงกันข้ามกับ ‘มาริกปะ’ อวิชชา