Loading Events

« All Events

[เลื่อน] น้อมใจสู่ไกรลาส ครั้งที่ 7 เดินทางสู่ใจกลางของจักรวาล ย้อนรอยความรุ่งโรจน์ของอารยธรรมโบราณ และร่วมฉลองเทศกาลโฉเติน

August 16 - September 1

A Kailash- Guge – Zhang Zhung Pilgrimage: Trip of a Lifetime

น้อมใจสู่ไกรลาส ครั้งที่ 7 เดินทางสู่ใจกลางของจักรวาล ย้อนรอยความรุ่งโรจน์ของอารยธรรมโบราณ และร่วมฉลองเทศกาลโฉเติน

ยังไม่มีกำหนดการชัดเจนในปี 2564 (17 วัน 16 คืน)

มูลนิธิพันดารามีความยินดีที่จะได้จัดทริปจาริกแสวงบุญสู่ภูเขาไกรลาส ศูนย์กลางของจักรวาลอีกครั้งหนึ่ง เพื่อนำพาผู้สนใจสู่สถานจาริกแสวงบุญที่สำคัญที่สุดของชาวทิเบตและสถานภาวนาที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดในโลก นำเราย้อนกลับสู่ความรุ่งโรจน์แห่งอาณาจักรชางชุงและกูเกในอดีต และเยือนสถานศักดิ์ สิทธิ์อื่นๆ อีกมากมายซึ่งหลายแห่งอยู่นอกเส้นทางท่องเที่ยวหรือเส้นทางจาริกที่จัดโดยผู้อื่น ในแต่ละวันนอกจากเราจะได้รับความรู้เกี่ยวกับทิเบตและพระพุทธศาสนาวัชรยานซึ่งเป็นหัวใจของการมองโลก และการดำรงชีวิตของผู้คนบนหลังคาโลกแห่งนี้ เราจะได้รับข้อธรรมอันลุ่มลึกที่จะทำให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าสูงสุด

ขอเชิญชวนให้เราเดินทางไปเหมือนคุรุอาจารย์ โยคี โยคินี ที่จาริกไปยังสถานสำคัญเหล่านี้และภาวนาเพื่อยังประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งหลาย เมื่อเดินทางกลับมาเราจะเข้าใจความหมายของชีวิตมากขึ้น สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะเป็นอย่างไร และที่สำคัญเราจะเห็นศักยภาพของตัวเองในการทำสิ่งงดงามให้แก่ตนเองและผู้อื่น

ในการเดินทางนี้ เราจะได้ไปภาวนาในสถานที่สำคัญที่สุดที่หนึ่งบนภูเขาไกรลาสซึ่งสำหรับชาวทิเบต แล้วเทียบเท่ากับการเดินภาวนา (คอรา) หนึ่งรอบ ให้เราได้มีโอกาสสวดมนต์ ทำสมาธิ และเชื่อมโย งกับภูเขาไกรลาสอย่างเต็มที่โดยไม่เหน็ดเหนื่อยมากนักจนลืมที่จะปฏิบัติธรรมและรักษาใจให้ ผ่องแผ้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่คณะของพันดาราจะพักแคมปิ้งบนภูเขา

นำการจาริกโดย ดร. กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล (เกซัง ตาวา) และอาจารย์มิว เยินเต็น อาจารย์สอน คอร์สภาวนา ผู้เชี่ยวชาญด้านทิเบตและการจาริกแสวงบุญ

 

กำหนดการเดินทาง (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม)

วันที่ 1 (16 ส.ค.) กรุงเทพ-เฉิงตู โดยสายการบินไทย เตรียมเสบียง ปฐมนิเทศ : ประวัติศาสตร์ และวิถีแห่งจิตวิญญาณทิเบต ประสบการณ์ที่คาดว่าจะได้รับ

วันที่ 2 (17 ส.ค.) เฉิงตู-ลาซา โดยสายการบินในประเทศ ถึงกรุงลาซา (Lhasa, 3650 เมตร) ช่วง กลางวันหรือบ่ายต้นๆ พักปรับระดับความสูง (acclimatize) การพักปรับระดับมีความจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับพวกเราคนไทยที่ไม่คุ้นเคยกับความสูงของหลังคาโลก เพื่อให้เราไม่เจ็บป่วยในระหว่างการ เดินทาง และเพื่อให้เราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ก่อนการเดินทางใหญ่ที่จะเกิดขึ้นทุกวันในบ่ายวันนี้ คณะผู้จัดจึงไม่ได้จัดโปรแกรมเป็นพิเศษ แต่ขอให้ทุกคนพักผ่อนให้เต็มที่

วันที่ 3 (18 ส.ค.) สักการะพระพุทธรูปโจโวริมโปเช (Jowo Rinpoche) ที่วัดโจคัง (Jokhang Temple/ Tsuglakkhang) และสักการะวิหารพระอวโลกิเตศวรที่ศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งวิหารต่างๆ ณ พระราชวังโปตาลา (Potala) ร่วมกราบและเดินภาวนากับชาวทิเบต ณ สถานที่เหล่านี้ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณของพวกเขา บำเพ็ญบุญกุศลที่วัดเพื่อความเป็นสิริมงคลและขอพรก่อนการเดินทางสู่ไกรลาสและทิเบตภาคตะวันตก

วันที่ 4 (19 ส.ค.) เช้าตรู่ เราจะไปร่วมชมและสักการะภาพพระบฏ (ทังกา) ขนาดใหญ่ของพระพุทธเจ้าสมณโคดม ในงานเทศกาลโฉเติน (โยเกิร์ต) ท่ามกลางคลื่นมหาชนที่เปี่ยมศรัทธา ณ วัดเดรปุง จากนั้นออกเดินทางไปชิกาเซ (Shigatse, 3800 m.) อดีตเมืองหลวงของแคว้นซังแห่งทิเบต ภาคกลางซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองใหญ่ พักปรับระดับความสูง

วันที่ 5 (20 ส.ค.) เริ่มวันใหม่อย่างเป็นมงคลด้วยการนมัสการพระศรีอาริยเมตไตรยที่วัดต้าชี ลุนโป (Tashi Lhunpo) อารามหลวงของสมเด็จองค์ปัญเชน ลามะ ก่อนมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันตกของทิเบต พักค้างคืนที่เมืองซากา (Saga, 4600 m.)

วันที่ 6 (21 ส.ค.) เดินทางต่อสู่เมืองพายัง (Paryang, 4750 m.) ระหว่างทางจะเห็นแคมป์ของชนเผ่าเร่ร่อนและฝูงสัตว์ เดินเล่นในเมือง สัมผัสวิถีชีวิตเมืองท่าของผู้จาริกแสวงบุญ

วันที่ 7 (22 ส.ค.) หลังข้ามที่สูงบนภูเขามายุนลา (Mayun-la pass (5216 m.) เราจะได้ยลภูเขาไกร ลาส (Mt. Kailash, 6714 m.) และทะเลสาบมนัสโรวาร์ (Manasarowar Lake/ Mapham Yumtso, 5180 m.) เป็นครั้งแรก หากอากาศดี ฟ้าเปิด เราจะเห็นภูเขาเป็นสีเงินยวงที่ชัดใส ไกรลาสจึงได้รับการขนานนามว่า “กัง ติเซ” ในภาษาชางชุง แปลว่า ธารน้ำแข็ง และ “คัง ริมโปเช” ในภาษาทิเบต แปลว่า หิมะอันประเสริฐ เนื่องจากหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา หลังสักการะและเรียงก้อนหินบูชาเป็นรูปเจดีย์ ณ จุดผูกธงมนตร์ เราจะเดินทางต่อผ่านทะเลทรายสวัสดิกะ (Chema Yungdrung Desert) ค้าง คืนที่มับชา คัมปัป (มยุรธารา – ปากน้ำนกยูง ทางทิศใต้ของมนัสโรวาร์)

วันที่ 8 (23 ส.ค.) หลังอาหารเช้า เราออกเดินทางสู่ชุงลุง งูคา/ หุบเขาพญาครุฑ ปราสาทเงิน (Kyunglung Ngulkhar/ Garuda Valley, Silver Castle) ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของแม่น้ำ Sutlej ก่อนที่แม่น้ำนี้ซึ่งกำเนิดจากไกรลาสจะไหลไปในอินเดียและปากีสถานและมีชื่อใหม่ว่า สินธุ ชุงลุงเคยเป็น เมืองหลวงของอาณาจักรชางชุงโบราณ และเคยเป็นสถานภาวนาของคุรุอาจารย์ในสายซกเช็นแห่งการฝึกจิตชั้นสูงในนิกายยุงตรุงเพิน (พุทธเพิน) ได้แก่ พระมหาคุรุเทรนปา นัมคา, คุรุเซวัง รินซิน และคุรุเปมา จุงเน (คุรุริมโปเช/พระปัทมสัมภวะ) หลังสักการะวัดกูรูเกียม (Guru Gyam/ Gurujam 4240 m.) ซึ่งมีรูปหินโบราณที่มีชื่อเสียงของพระมหาคุรุเทรนปา นัมคาและสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาส เราจะนั่งรถต่อไปอีกประมาณ 1 1/2 ชั่วโมง เพื่อเข้าไปชมถ้ำภาวนานับร้อยถ้ำที่ผู้ปฏิบัติธรรมในอดีต เคยใช้ คณะผู้จัดจะเตรียมเสบียงอาหารให้พวกเราได้รับประทานระหว่างเดินทางเป็นการเดินตามรอยอารยธรรมโบราณที่พิเศษยิ่ง คืนนี้เราจะพักค้างที่ปากน้ำนกยูง อีกคืนหนึ่ง

วันที่ 9 (24 ส.ค.) วันแห่งพรที่เทอดาบุรี (Tirthapuri, 4330 m.) สถานจาริกแสวงบุญที่สำคัญอีกแห่ง หนึ่งซึ่งในปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของนิกายดรุกปา กาจูร์ เมื่อย่างเข้าประตูวัด ผู้จาริกแสวงบุญจะ ได้รับความเพลิดเพลินใจจากกิจกรรมเสี่ยงทายเล็กๆ จากนั้น เราจะเดินขึ้นเนินเพื่อไปสักการะถ้ำ ภาวนาของพระคุรุปัทมสัมภวะ และถ้ำของพระฑากินีวัชรวราหิ ตลอดทาง เราจะได้เห็นพลังศรัทธาที่ ปรากฏเป็นมนตราและพระสูตรที่แกะสลักบนก้อนหินจำนวนมาก ขากลับ นั่งพักเท้าในน้ำแร่ร้อนธร รมชาติ พักค้างที่ดาเช็น (Darchen, 4600 m.) ที่เชิงเขาไกรลาส ซึ่งห่างจากเทอดาบุรีเพียง 60 กิโล เมตร

วันที่ 10 (25 ส.ค.) ในเช้าวันนี้ เราจะยังไม่ขึ้นเขาไกรลาส แต่จะเดินทางผ่านสันทรายอันน่าตื่นตาตื่น ใจดุจดังเรากำลังเดินทางไปอีกมิติของกาลเวลา ไปยังเมืองซัมดา (Tsamda/Zanda, 3800 m.) ซึ่ง เป็นที่ตั้งของอาณาจักรกูเก (Guge Kingdom) โดยมีซาพารัง (Tsaparang) เป็นเมืองหลวง แม้กูเกซึ่ง รุ่งเรืองระหว่างศตวรรษที่ ๑๐ – ๑๗ จะล่มสลายไปด้วยสงครามกับลาดักห์ ซากปรักหักพังที่เหลืออยู่ แสดงความวิจิตรแห่งศิลปะและสถาปัตยกรรมและเป็นประจักษ์พยานถึงศรัทธาและความยิ่งใหญ่ของ พุทธศาสนจักรแห่งนี้ พักค้างคืนที่ซัมดา

วันที่ 11 (26 ส.ค.) เยือนวัดโทลิง (Tholing, 3800 m.) สร้างในปี ค.ศ. ๙๙๗ โดยท่าน ยีชี เออ กษัตริย์องค์ที่สองของกูเก วัดนี้เต็มไปด้วยพุทธศิลป์โบราณอันประณีตที่แม้ว่าจะมีร่องรอยของกา รถูกทำลายไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพุทธศิลป์เหล่านี้มีความงดงามเกินคำบรรยาย เดินทางกลับสู่ ดาเช็นเพื่อเตรียมการเดินภาวนาที่ไกรลาส ช่วงบ่าย เดินเล่นในดาเช็นซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีความน่า สนใจเพราะประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้จาริกแสวงบุญจากหลายชาติศาสนา รวมทั้งลูกหาบชาวทิเบต ซึ่ง ทุกชีวิตมุ่งหน้าสู่ไกรลาส ในตอนเย็น เราจะมีปฐมนิเทศสำคัญเกี่ยวกับวิถีการจาริกแสวงบุญ และมีกา รมอบคำสอนที่เราจะไปฝึกปฏิบัติด้วยกันบนภูเขา

วันที่ 12 (27 ส.ค.) เดินภาวนาขึ้นเขาไกรลาสจากดาเช็นในตอนเช้าหลังพระอาทิตย์ขึ้น สักการะจุดก ราบซึ่งในวันอากาศดีจะได้ยลด้านทิศใต้ของเขาไกรลาส เราจะหยุดกราบ (เฉพาะท่านที่มีความพร้อม) และสวดมนต์ด้วยกัน จากนั้น เดินต่อถึงทังโบเช (Tangboche) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการผูก ธงมนตราในช่วงวิสาขบูชา เราจะหยุดทำสมาธิ สวดมนต์ถวาย “ซก” คณจักรบูชาแด่พระรินซิน (วิทยาธร/มหาสิทธา) และถวายกำยานหอมแด่เหล่าพระธรรมบาล จากนั้น เดินต่อจนถึงแคมป์ที่พัก การเดินในวันนี้ 7-10 ก.ม. ซึ่งจะไม่ยากมากเกินไปโดยในครั้งนี้ทางคณะผู้จัดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวก เราทุกคนจะสามารถเดินภาวนาขึ้นไปทำสมาธิบนเขาด้วยกัน

วันที่ 13 (28 ส.ค.) หลังทำสมาธิในตอนเช้า พวกเราจะเดินขึ้นเขาไปสักการะวัดสำคัญที่อยู่เนินเขา ชื่อวัดชูกู (Chuku Monastery) เราจะสวดมนต์ ทำสมาธิ และถวายดวงเทียนที่นี่ จากนั้น ไปภาวนา ในสุสานที่แอบซ่อนของเขาไกรลาสซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัด รับฟังคำสอนเกี่ยวกับพระฑากินีและร่วมกันถ วาย “ซก” คณจักรบูชาแด่พระฑากินีในสถานที่ที่เชื่อว่าเกี่ยวโยงกับพระองค์ เดินลงเขากลับมาที่แคม ป์ที่พัก ตอนบ่าย-เย็น ฝึกปฏิบัติและพักผ่อนกายใจในบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ของเขาไกรลาส สนทนา ธรรม

วันที่ 14 (29 ส.ค.) เช้านี้เราจะค่อยๆ เดินลงจากเขากลับมาที่ดาเช็น อุทิศบุญกุศลร่วมกัน หลังรับประ ทานอาหารกลางวัน เราจะนั่งรถต่อไปทะเลสาบมนัสโรวาร์ซึ่งอยู่ห่างจากไกรลาสไปทางใต้ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร มนัสโรวาร์เป็นทะเลสาบสูงที่สุดของทิเบตและมีความสำคัญยิ่งในด้านจิตวิญญาณ โปรแกรมพิเศษในบ่ายวันนี้คือ การอาบน้ำแร่ร้อนซึ่งจะทำให้รู้สึกสดชื่นหลังการเดินขึ้นเขา หลัง อาหารเย็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของการจาริกแสวงบุญครั้งสำคัญนี้

วันที่ 15 (30 ส.ค.) ตื่นแต่เช้าเพื่อทำสมาธิที่ทะเลสาบมนัสโรวาร์ เชื่อกันว่าเมื่อลมสงัด เราจะได้เห็น รอยพระพุทธบาทและรูปลักษณะของมงคลแปดบนผิวน้ำ สักการะถ้ำปฏิบัติธรรมของพระคุรุปัทม สัมภวะที่วัดชีอู (Chiu Gompa) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณทะเลสาบ วัดนี้เป็นวัดที่สวยงามมากโดยเชื่อว่าเป็น สถานภาวนาสุดท้ายของพระคุรุปัทมสัมภวะก่อนท่านจะเสด็จจากไป ก่อนอำลาไกรลาสและมนัสโรวาร์ เราจะไปโปรยกระดาษมนตร์เพื่อสิริมงคลที่ทะเลสาบรักชตัล (Rakkshatal Lake) ซึ่งอยู่ไม่ไกล เนื่อง จากรักชตัลอยู่นอกเส้นทางการท่องเที่ยว จึงมีความสงบเงียบและเกื้อกูลการทำสมาธิเป็นอย่างยิ่ง เดิน ทางกลับลาซา พักค้างคืนที่ซากา

วันที่ 16 (31 ส.ค.) สักการะพระมหาสถูปกุมบุมที่เมืองเกียงเซ (Gyangtse, 4025 m.) เมืองใหญ่ อันดับสองของแคว้นซัง ที่พระมหาสถูปแห่งนี้มีรูปเคารพของพระแม่ตาราซึ่งเชื่อว่าตรัสได้ เดินทาง กลับลาซาผ่านทะเลสาบยัมตรกโซ (Yamdrok Tso, 4300 m.) ที่งดงาม เดินทางถึงลาซาในช่วงบ่าย ซื้อของที่ระลึกหรือพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ 17 (1 ก.ย.) ออกจากลาซาในตอนเช้าสู่สนามบินเฉิงตู เปลี่ยนเครื่องกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

 

ข้อแนะนำ

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเปิดรับผู้สนใจทุกท่าน แต่เนื่องจากทิเบตเป็นที่สูงที่คนไทยผู้ไปเยือนจำนว นมากมีอาการแพ้ความสูงและบางท่านต้องบินกลับก่อนจะเดินทางสู่ภูเขาไกรลาส คณะผู้จัดจึงขอให้ คำแนะนำดังนี้

ผู้สนใจร่วมเดินทางจาริกแสวงบุญในครั้งนี้

– ต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมีอาการหอบหืดและภูมิแพ้ อย่างรุนแรง เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ความสูงได้

– ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันตัวจากการแพ้ความสูงอย่างเคร่งครัด

– สามารถกินอยู่ได้อย่างง่ายโดยเฉพาะในเรื่องของอาหาร บนภูเขาไม่มีร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่มีโรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

– แม้ว่าทริปนี้จะไม่ได้เน้นการเดินภาวนารอบทั้งภูเขา แต่ก็มีการเดินขึ้นไปปฏิบัติธรรมและเดินลงเขารวมแล้วประมาณ 15-20 กิโลเมตรสำหรับการภาวนา 3 วัน ผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปี หรือผู้ที่ไม่สามารถเดินขึ้นเขาได้แต่มีความสนใจร่วมการจาริกในครั้งนี้ ขอให้ติดต่ออาจารย์กฤษดาวรรณเพื่อสัมภาษณ์ถึงความพร้อม โดยอาจารย์จะสะดวกให้คำปรึกษาหลังวันที่ 15 มีนาคม 2564

– ขอให้ทุกท่านที่สมัครร่วมจาริกมาเข้ารับการปฐมนิเทศซึ่งจะกำหนดวันในภายหลังการปฐมนิเทศนี้ สำคัญมาก จะทำให้เราเตรียมตัวสำหรับการเดินทางได้อย่างมั่นใจและมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาน ที่และเส้นทางที่เราจะเดินทาง

 

*ทางมูลนิธิมีความยินดีมอบส่วนลด 5,000 บาทสำหรับผู้สมัครเดินทางพร้อมจ่ายค่ามัดจำภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564
⁣⁣⁣⁣
**รายได้จากการจัดทริปในครั้งนี้เพื่อร่วมบุญก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป ณ ศูนย์ขทิรวัน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์⁣⁣⁣⁣
⁣⁣⁣⁣
สมัครหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 083-3008119 หรือส่งข้อความทาง⁣⁣⁣⁣
Facebook : https://www.facebook.com/1000tara/⁣⁣⁣⁣
Line official : https://lin.ee/59uCwcu⁣⁣⁣⁣
Instagram : https://www.instagram.com/pandara.official/⁣⁣

 

Share this :

Details

Start:
August 16
End:
September 1
Event Category:
Event Tags:
, , ,
Website:
https://www.facebook.com/1000tara

Venue

The Thousandstars Foundation
695 ซอยลาดพร้าว 11
chatuchak, Bangkok 10900 Thailand
Phone:
083-300-811
Website:
https://www.thousandstars.org

Organizer

The Thousandstars Foundation
Phone:
083-300-811
Email:
thousandstars.org@gmail.com
Website:
https://www.thousandstars.org

Copyright © Thousandstars Foundation. All Rights Reserved.